Image Hosted by !!!###$$$ 1h3R3 1m@g3H0st $$$###!!!

อันนี้สวยดีเลือดมันไหลออกมากจากสายนิดๆ

 

วันเสาร์ตอนเย็นๆหลังจากไปเดินดูหนังสือที่ห้างและกินข้าวเย็นเสร็จก็กลับมาบ้านประมาณ 6 โมงกว่าๆ แล้วก็เริ่มรู้สึกปวดท้องนิดๆแต่ก็ไม่ได้คิดอาไรมาก พอ 3 ทุ่มไปก็เริ่มปวดท้องมากขึ้นก็กะว่าเข้านอนกะว่า พอหลับมันก็จะลืมว่าปวดท้อง จนถึงตอนตี 2.40 มันก็ยังปวดไม่หายและปวดมากกว่าตอนหัวคํ่าเวลากลืนนํ้าลายรู้สึกเหมือนนํ้าลายมันไม่ได้ลงไปในคอเลย เหมือนมันย้อนกลับขึ้นมา ทำให้นอนไม่หลับ ตอนนี้คิดว่าโรคกระเพาะแน่เลยเหมือนที่เคยเป็นเมื่อ 2 ปีก่อน เลยออกจากบ้าน ขับรถไป โรงพยาบาลนนทเวช   พอไปถึงมันก็มี ผู้ ญ คนนึงกำลังยืนคุยกับทะเบียนอยู่ น่าจะทำเรื่องเบิกพวกประกัน ไอ้เราก็ไปยืนเกาะข้างๆเคาเตอร์ ทำถามเขาว่า โทษนะครับ ลงทะเบียนที่ช่องไหนเหรอ เขาก็บอกว่า ช่องนี้ค่ะ เชิญนั่งรอซักครู่ ไอ้เราก็ไปนั่งรอปวดท้องวะ แล้วยังมาเจอการทำงานอืดอาดอีก  เกือบๆ 6นาที่

 

พอลงทะเบียนเสร็จ คนนั้นก็ไปวัดความดัน วัดอุณภูมิแล้วเข้าไปห้องฉุกเฉิน หมอเวรก็มาดู ก็กดๆท้องดูก็พบว่าปวดท้องช่วงล่างขวา เขาก็คิดว่าอาจจะเป็น ไส้ติ่ง งั้นต้องลองเจาะเลือกตรวจดู และตรวจปัสวะดู ก็นั่งรอแถวนั้น ครึ่งชั่วโมง กินชาไป 2 แก้ว รู้สึกหิวนํ้ามากแต่กินลงไปเสร็จก็เจ็บท้อง

 

 สรุปคือ ตรวจพบเม็ดเลือกขาวขึ้นในเลือด ตอนนี้หมอเวร ค่อนข้างหมั่นใจว่า 85% ใส้ติ่งชัวร์ เราก็ถามไปว่าทำไมพบเม็ดเลือกขาวขึ้นในเลือด ถึงเป็นไส้ติ่งอะ หมอก็อธิบายว่าเพราะมีแผลเกิดขึ้นในลำใส้ทำให้เม็ดเลือดขาวขึ้นดังนั้นที่ผมแนะนำก็คือ ให้นอนค้างที่นี้เลย แล้ว 10 โมงผ่าเลย  เราก็ตกใจแบบ กลัวอะไม่เคยผ่าตัดมาก่อนเลยบอกหมอว่าขอกลับบ้านไปก่อนแล้วเดียว 8 โมงเช้าจะกลับมาใหม่ หมอก็โอเคบอก 8 โมงนะ เดียวนัดพบ แพทย์ศัลยกรรม หมอที่ทำการผ่าไรเสร็จ 10 โมงเข้าผ่าทันที  คุยกันเสร็จก็ออกไปยืนรอจ่ายเงิน ยืนไปยืนมาชักปวดมากขึ้นเลยตัดสินใจบอกค้างที่โรงบาลเพราะไม่ไหวแล้ว ก็นั่งเซ็นๆ เอกสาร 3 ใบ คิดว่าพวกยินยอมในการผ่าตัด(แบบตายกุก็ยินยอม) ค่าเช่าห้อง หรืออะไรอีกเนี่ย ตอนนั้นปวดมากจนไม่ได้อ่านอะไรเลย พอเสร็จก็พาเข้าไปในห้อง

 

 

6 โมงเช้า หมอศัลยกรรม(หน้าตาการพูดคล้าย วิศาล นักข่าวที่โดน ชูวิทย์ศอกใส่ทำให้นํ้าในหูไม่เท่ากัน)ก็มาคุย มานั่งกดๆ คลํ้าที่ท้องแล้วบอกว่า การที่ตัดสินว่า เจ็บที่ล่างขวาแล้ว เม็ดเลือดขาวขึ้นในเลือดแล้วบอกว่าเป็นใส้ติ่งผมว่าไม่ถูกต้องมันยังไม่เพียงพอแต่ถ้าคนไข้จะเข้าไปผ่าเลยก็ได้ ผ่าเสร็จออกมาผมอาจจะยิ้มแล้วบอกคุณว่า ดีใจด้วยคุณไม่ได้เป็นใส้ติ่ง (ยิ้มไปพูดไป)  เราก็เลยถามไปว่าแล้วมีวิธีไหนบ้างที่จะบอกได้ว่าเป็นแน่นอน เขาบอกว่ามีวิธีที่เราเรียกกันว่าคอมพิวเตอร์ สแกน (CT) แต่ถ้านามสกุลคุณไมได้ลงท้ายด้วยชินวัตรผมว่าอย่าดีกว่า(พูดได้น่า. . .มาก) เพราะมันราคาแพง เราก็ถามว่าแล้วมันประมาณเท่าไรเหรอครับ เขาบอกของรัฐบาลประมาณ 2000 แต่ที่นี้ผมไม่หมั่นใจ ที่ต่างประเทศเคยทำวิจัยในอาการลักษณคุณ 100 คนแรกผ่าเลย อีก 100 คนใช้วิธี คอมพิวเตอร์สแกนแล้วค่อยผ่า ผลปรากฏว่า 85 % เท่ากัน ก็เลยแนะนำว่าให้คุณนอนรอ ถ้าอาการปวดรุนแนงขึ้นเรื่อยๆ จนเราแน่ใจว่าใช่ เราจะผ่าตัดทันที ตอนนั้นก็ใจไม่ดีละ

 

เครื่องคุมการหยดของนํ้าเกลือ สะดวกตรงที่แม่นยำแย่ตรงที่แบกเข้า
ห้องนํ้ามันช่างทรมาณ

 7 โมง พ่อโทรมาถามก็บอกๆรายละเอียดไป เกือบๆ10 พ่อมาบอกให้โรงบาล ใช้วิธี คอมพิมเตอร์ สแกนไปเลย จะได้รู้ผลกันไปดีกว่ามานั่งรอ ก่อนออกจากห้องพยาบาลถามว่าแพ้อาหารทะเลไหม ก็ตอบไปว่าไม่ครับ (ในใจกำลังคิดว่าหรือตอนเที่ยงเขาจะให้กินอาหารทะเล - -a) ก็เข็นพาออกจากห้องไป ห้องตรวจด้วยคอมพิวเตอร์ สแกน มันจะเป็นเครื่อง ตัว ยู ควํ่าแล้วมีเตียงนอนเลื่อนเข้าเลื่อนออกได้ที่ตรงกลาง พอไปถึงเจ้าหน้าที่ที่คุยเครื่องก็บอกว่า ทนทรมาณเอาหน่อยนะ แปบเดียว ไอ้เราก็ใจไม่ดีละ มันเจ็บขนาดนั้นเลยเหรอไอ้สแกนเนี่ย เขาจะใช้ยาเคลือบลำใส้ 300 cc ฉีดเข้าทางก้นแล้วให้กลั้นไว้(คาเครื่องมือแพทย์ไว้ด้วยนะ) รู้สึกเจ็บและอึดอัด แล้วอีกอัน เขาเรียกว่า ฉีดสี เขาจะถอดสายนั้าเกลือออกแล้วใช้ สีฉีดเข้าแทนทางสายนํ้าเกลือ ผลก็คือมันจะ ร้อน วาบๆ ทั่งตัวทันทีที่ฉีดใส่ แล้วก็ต้องทนประมาณ 10 นาที่ กลั้นยาทางข้างหลังแล้วยังมาเจอฉีดสีอีก พอเสร็จเขาก็พาไปเข้าห้องนํ้าเอายาออกแล้วก็ขึ้นไปที่ห้องฟังผล (ไอ้เครื่อง CT ราคาประมาณ 20 ล้านจะถ่ายภาพได้ประมาณ 1 พันภาพ ต่อครั้ง สีที่ฉีดจะมีผลให้เกิดการทึบแสงเวลา scan)

เกือบเที่ยงวันอาทิตย์ หมอทางเดินอาหารเข้ามาในห้องแล้วบอกว่า คุณหมอที่ดูเรื่องใส้ติ่งดูแผ่น xray แล้วคุณไม่ได้เป็นไส้ติ่งดีใจด้วย แต่เราพอถุงนํ้าข้างๆไตทั่งสองข้างเป็นถุงนํ้าเล็กๆ (ตอนนี้ใจเสียเลย รู้สึกว่าไตหนักกว่าไส้ติ่งอีก) แต่ก็เป็นเรื่องปกติที่พบได้ในคนทั่วไป (แล้วมรึงจะบอกกุทำไมเนี่ยยย) แต่เราพบก้อนนิ่วที่ข้างซ้าย เป็นนิ่วเล็กๆ ตอนนี้หมอก็จ่ายยาแบบว่า สุ่มให้เลยทั่งยาสลายนิ่ว ฆ่าเชื้อในลำใส้ หมอสรุปว่าคุณคงกินมากไป(เป็นการสรุปที่น่าเหมือนหาทางออกมากๆ)ตอนนี้เวลาประมาณบ่ายโมงวันอาทิตย์ แล้วก็ไม่มีหมอคนไหนเข้ามาอีกเลยจน 7 โมงเช้าของวัน จันทร์

 

7 โมง คนแรกหมอเวร(มาแทนหมอทางเดินอาหาร)เข้ามาพูดเรื่องคุณไม่ได้เป็นใส้ติ่ง ส่วนถุงนํ้าเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทั่วไป

9 โมง คนที่สองหมอที่รับหน้าที่ผ่าตัด เข้ามาบอกว่า คุณไมได้เป็นใส้ติ่งส่วนถุงนํ้าที่ไตคิดว่าน่าเป็นมาตั้งแต่เกิด

11 โมง คนที่สาม หมอที่ดูเรื่องไตโดยตรงบอกว่า คุณไม่เป็นเป็นใส้ติ่งถุงนํ้าที่ไตเป็นเรื่องปกติถ้าผู้ป่วยอายุ 40-50ปีขึ้นไปแต่ของเราพึงจะอายุ 20 กว่าๆ เราต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ถ้ามีการขยายตัวต้องรีบจัดการ

คือหมอ 3 คนนี้มันบอกกันจังว่าไม่ได้เป็นใส้ติ่งรู้ตั้งแต่เมื่อวานตอนบ่ายแล้ว

 แล้วก็ออกมาตอนเที่ยงๆ ตอนนี้ยังไม่ดีขึ้นเลยถ้า ศุกร์นี้ไม่หายคงต้องย้ายโรงบาลละ

เสียไป 27,502 แต่ก็ไม่หาย ซะงั้น

เสริมให้อีกนิด วิธี คอมพิวเตอร์ สแกน ไม่ค่อยได้่รับความนิยมมากเพราะมีราคาสูง และอันตรายจาก สีที่ฉีด ถ้าคนไหนแพ้อาจถึงตายได้ หรือผู้ป่วยบางรายฉีดแล้ว กล้ามเนือ้ไม่คืนตัวเหมือนเหมือนตอนก่อนฉีด มันจะปวมๆ (ญาติพึ่งมาบอก) แต่ที่แน่ๆ มันมีส่วนผสมไอโอดีน คนไหนแพ้อาหารทะเลจะใช้ไม่ได้

จากเครื่องนี้เลยทำให้คิดได้ว่า ไม่ว่าเราจะใช้หลักไหนในการเก็บเงิน ใช้ 30 เก็บ 70 ใช้ 50 เก็บ 50 หรืออะไรก็แล้วแต่แต่อย่างน้อยๆน่าจะมีเงินที่กันไว้สำหรับรักษาตัว 1 แสน บาท อย่างวันนั้นถ้าสมมุติเกิดเป็นใส้ติ่งจริงๆ ก็โดนไป 4 หมื่น คราวนี้เลยคิดได้ว่าควรจะทำประกันสุขภาพเผื่อไว้บ้างแล้วละ - -

 

 

 

edit @ 11 May 2009 19:55:27 by Yoo'n

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หายไวหายวัน หายเร็ว หายคืน

สุขภาพแข็งแรง

#1 By fukawara (58.9.67.91) on 2009-05-11 19:10

สายน้ำเกลือสวยพอๆกับค่ารักษาเลย 555+question

#2 By Paa orKant on 2009-05-12 13:48